กระบอกสูบไฮดรอลิกรั่วไหล แก้ไขอย่างไรดี

กระบอกสูบไฮโดรลิครั่ว

กระบอกสูบไฮดรอลิกรั่วไหล แก้ไขอย่างไรดี วันนี้มีคำตอบ

สำหรับปัญหากระบอกสูบไฮโดรลิคมีการรั่วไหลนั้น นับเป็นอีกปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งของชาวนิวเมติกส์เลยก็ว่าได้ ซึ่งถ้าใครเคยใช้อยู่ก่อนแล้วคงจะเคยเจอกับปัญหานี้ ซึ่งปัญหาของกระบอกสูบไฮโดรลิคนั้นจะมีค่อนข้างมากกว่า กระบอกลม ในระบบนิวเมติก เล็กน้อย เนื่องจากว่า กระบอกสูบ ไฮโดรลิค นั้นจะนิยมใช้กับงานหนักๆหรืองานใหญ่ๆมากกว่า กระบอกลม ในระบบนิวเมติก ความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการรั่วไหลนั้นย่อมมีมากกว่านั่นเอง หากเราพบว่ากระบอกสูบไฮโดรลิคของเรามีการรั่วซึมหรือรั่วไหลแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการรั่วซึมของน้ำมันหล่อลื่น หรือการรั่วซึมของแรงดันอากาศที่อยู่ภายใน กระบอกสูบ ให้เรารีบตรวจสอบตรวจกระบอกสูบของเราโดยทันที เพราะไม่เช่นนั้นแล้วมันจะส่งผลให้กระบอกสูบไฮโดรลิคของเรานั้นทำงานได้ไม่เต็มที่ได้ หรือประสิทธิภาพในการทำงานจะลดลงกว่าเดิมมาก หรือร้ายไปกว่านั้นก็คือ กระบอกสูบไฮโดรลิคของเราไม่สามารถทำงานได้เลยนั่นเอง

แล้วเราจะมีวิธีการป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันหล่อลื่นก็ดีหรือแรงดันอากาศที่อยู่ภายในกระบอกสูบก็ดี เราจะสามารถทำได้อย่างไรบ้าง ในบทความนี้จะมาแนะนำการป้องกันการรั่วไหลของระบบสูบให้ในหลายท่านได้ศึกษาเพิ่มเติมกัน ซึ่งถ้าท่านผ่านมาและพบเจอกับบทความนี้ ทางผู้เขียนมั่นใจค่อนข้างเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะต้องมีปัญหาเกี่ยวกับกระบอกสูบของท่านอย่างแน่นอน

เอาล่ะครับเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราจะมาดูวิธีการป้องกันกระบอกสูบไฮโดรลิครั่วกัน โดยวิธีการป้องกันจะมีอะไรบ้างนั้น ไปติดตามดูกันเลยครับ

แก้ปัญหาการรั่วไหลของกระบอกสูบด้วยขั้นตอนง่ายๆ

การแก้ไข กระบอกสูบไฮโดรลิครั่ว น้ำมันหล่อลื่น

1) ตรวจสอบความเสียหายที่เกิดจาก การรั่วไหลของกระบอกสูบไฮโดรลิคของเรา

แน่นอนเป็นอย่างยิ่งว่า หาการทำงานของกระบอกสูบของเราไม่สามารถที่จะทำงานได้อย่างปกติเนื่องจากมีการรั่วไหลดังกล่าวแล้ว มันจะส่งผลต่องานนิวเมติกของเราในทันที ซึ่งความเสียหายจะมากหรือว่าน้อยก็ขึ้นอยู่กับว่ากระบอกสูบของเรานั้นได้ทำหน้าที่เป็นตัวหลักของระบบหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วโอกาสที่ระบบนิวเมติกของเราจะถูกหยุดการทำงานไว้ชั่วคราวนั้นก็มีสูงเช่นกัน แต่ถ้ากระบอกสูบไฮโดรลิคของเรานั้นเป็นเพียงอุปกรณ์ย่อยก็อาจจะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบไฮโดรลิคหรือระบบนิวเมติกส์ของเรามากนัก

การรั่วไหลหรือรั่วซึมของกระบอกสูบไฮโดรลิคนั้นสามารถเป็นไปได้หลายกรณี อาทิเช่น เกิดจากการที่เราใช้งานกระบอกสูบไฮโดรลิคมาเป็นระยะเวลาที่นานหรือครบตามระยะหรืออายุการใช้งานของกระบอกสูบแล้ว ดังนั้นหากท่านพบว่ากระบอกสูบไฮโดรลิคของท่านมีการรั่วไหลหรือรั่วซึม ให้ท่านตรวจสอบก่อนว่า กระบอกสูบไฮโดรลิค ของท่านนั้นมีอายุการทำงานที่ครบตามวาระของอุปกรณ์แล้วหรือไม่ ถ้ายังไม่ครบให้ท่านรองตรวจสอบการรั่วไหลว่าสามารถแก้ไขหรือซ่อมแซมให้สามารถนำกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมหรือไม่ ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมนั้นส่งผลให้กับธุรกิจของท่านมากน้อยหรือไม่ ถ้ากระบอกสูบสามารถนำกลับมาซ่อมแซมได้ในราคาค่าใช้จ่ายที่ท่านยอมรับได้ ท่านก็ไม่จำเป็นที่จะต้อง สั่งซื้อกระบอกสูบ ไฮดรอลิก ตัวใหม่เพื่อมาใช้ทดแทนของเดิม แต่ถ้าเป็นกรณีตรงกันข้ามคือ ปัญหาการรั่วไหลของกระบอกสูบไฮโดรลิค นั้นไม่สามารถที่จะซ่อมแซมได้หรือมีค่าใช้จ่ายที่สูงจนเกินไปผมแนะนำให้ท่านทำการซื้อกระบอกสูบไฮดรอลิกตัวใหม่มาเปลี่ยนของเดิมน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะว่าของใหม่นั้นจะมีในเรื่องของอายุการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น และประสิทธิภาพการทำงานที่ได้ก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกด้วย

สาเหตุการรั่วซึมของกระบอกสูบไฮโดรลิคอีกหนึ่งกรณีก็คือ กระบอกสูบไฮดรอลิคของเรามีการกระแทกหรือมีแรงสั่นสะเทือนมากจนเกินไป โดยแรงสั่นสะเทือนนั้นอาจจะมาจากข้อต่อของกระบอกสูบหลวม หรือท่ออื่นๆที่ต่อพ่วงอยู่กับ กระบอกสูบไฮโดรลิค ของเรามีการติดตั้งที่ไม่แน่นหนาหรือได้คุณภาพอย่างเพียงพอ ถ้าเป็นกรณีนี้ให้ท่านตรวจสอบความแข็งแรงของข้อต่อเหล่านั้นว่ามีการติดตั้งหรือยึดไว้อย่างแน่นหนาแล้วหรือยัง

อีกกรณีหนึ่งที่อาจจะทำให้กระบอกสูบไฮดรอลิกของเรามีการรั่วไหลได้ก็คือ มีการเลือกใช้ซีลยาง/ตลับลูกปืน หรือส่วนประกอบอื่นๆที่ไม่ได้มาตรฐานมาใช้งานกับ กระบอกสูบ ไฮโดรลิค สุดท้ายก็จะเป็นในเรื่องของอุณหภูมิของน้ำมันหล่อลื่นที่มีค่าสูงจนเกินไป โดยอุณหภูมิของน้ำมันหล่อลื่นที่มีค่าสูงหรือร้อนจนเกินไปนี้จะทำให้ซีลยางเสื่อมคุณภาพได้เร็วยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย

2) หารอยรั่วของ กระบอกสูบไฮโดรลิค ของเรา

วิธีการหารอยรั่วกระบอกสูบไฮโดรลิคเราสามารถทำได้หลายกรณีและหลายวิธีการ แต่ที่จะแนะนำต่อไปนี้คือวิธีการที่ใช้หลายท่านสามารถทำได้เลยในทันที ยกตัวอย่างเช่น

  1. หากกระบอกสูบไฮโดรลิคของเรายังสามารถใช้งานได้อยู่ ให้ทำการเพิ่มแรงกระแทกหรือการสั่นสะเทือนให้กับกระบอกสูบไฮโดรลิค เหตุผลก็เพราะว่า เมื่อเราเพิ่มแรงกระแทกหรือการสั่นสะเทือนที่มากขึ้นแล้ว กระบอกสูบ ก็จะทำงานหนักยิ่งกว่าเดิมเล็กน้อย และมีแรงสั่นสะเทือนเพิ่มมากขึ้น จากวิธีการนี้เราจะสามารถเห็นรอยรั่วไหลที่เกิดจากการคลายตัวของรอยต่อต่างๆ ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นนั่นเอง
  2. ใช้แผ่นยึดที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน เพื่อป้องกันแรงสั่นสะเทือนที่จะส่งผลไปยังตัวของกระบอกสูบไฮโดรลิคของเรา
  3. เราสามารถใช้วาล์วประเภทควบคุมการกระแทกหรือควบคุมการสั่นสะเทือนมาใช้งานร่วมกับ กระบอกสูบไฮโดรลิค ของเราได้เช่นกัน
  4. วาล์วควบคุมการกระแทกหรือวาล์วควบคุมความดันนั้นจะต้องมีการติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยท่านสามารถศึกษาคู่มือการติดตั้งได้จากผู้ผลิตวาล์วควบคุมแรงดันนั้นๆ ว่าสามารถติดตั้งได้กี่รูปแบบ
  5. หากเป็นไปได้ให้ท่านเพิ่มจำนวนในการใช้งานข้อต่อของกระบอกสูบไฮดรอลิกให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยรายต่อของข้อต่อแต่ละตัวจะต้องเป็นการเชื่อมต่อด้วยการเชื่อมที่มีคุณภาพเท่านั้น
  6. สำหรับการติดตั้งกระบอกสูบไฮโดรลิคเพื่อใช้งานในความดันต่ำสิ่งจำเป็นที่สุดคือควรติดตั้งโดยให้มีการใช้แรงบิดของ Bolt และแรงบิดของปลั๊กกระบอกสูบไฮโดรลิคเพื่อป้องกันส่วนหน้าของกระบอกสูบและอุปกรณ์ส่วนอื่นๆของกระบอกสูบกระแทกกันในระหว่างการทำงาน

3) มีการป้องกันโดยการติดตั้งซีลยางแบบรองรับความยืดหยุ่นสูงๆ ให้กับกระบอกสูบไฮโดรลิค

ท่านทราบหรือไม่ว่าซีนยางที่มีความยืดหยุ่นสูงนั้นจะสามารถรักษา อายุการใช้งานกระบอกสูบไฮโดรลิค ของเราได้นานยิ่งขึ้น โดยซีลยางดังกล่าวจะต้องมีการติดตั้งอย่างถูกต้องและเหมาะสม โดยการติดตั้ง ซีลยางที่ว่านี้เราสามารถทำได้ดังนี้คือ

  1. ถอดชุดด้านข้างของก้านลูกสูบและซีลเพลาขับของ กระบอกสูบ ออก
  2. จากนั้นให้ท่านใช้แหวนป้องกันฝุ่นและก้านของลูกสูบฝาครอบยาง เพื่อใช้ในการป้องกันฝุ่นละอองหรือเศษสิ่งสกปรกหรืออื่นๆเข้ามาติดกระบอกสูบไฮโดรลิคของเรา
  3. นอกจากนี้ท่านยังต้องมีการออกแบบและเลือกการติดตั้งระบบกรองที่เหมาะสม และควรที่จะสามารถนำกระบอกสูบไฮดรอลิกออกมาทำความสะอาดได้แบบง่ายๆ เพราะเมื่อท่านใช้กระบอกสูบไปนานๆแล้วท่านจะพบว่า กระบอกสูบมีการสะสมของฝุ่นในน้ำมันหล่อลื่น ซึ่งฝุ่นเหล่านี้จะเป็นสาเหตุหลักของปัญหาการรั่วไหลของน้ำมันหล่อลื่น และอาจจะทำให้กระบอกสูบไฮดรอลิกของเราทำงานได้ไม่เต็มที่ในอนาคตอีกด้วย
  4. แกนของลูกสูบและเพลาของลูกสูบจะต้องมีตำแหน่งที่ต่ำ

4) ตรวจสอบการออกแบบหรือขั้นตอน การผลิตกระบอกสูบไฮโดรลิค ของเราว่ามีการออกแบบที่เหมาะสมหรือไม่

ปัญหาการรั่วไหลหรือรั่วซึมของกระบอกสูบนั้นอาจจะมาจากการออกแบบและการผลิตที่ไม่ได้คุณภาพหรือมาตรฐานอย่างเพียงพอก็เป็นได้ ดังนั้นเราควรมีการตรวจสอบชิ้นส่วนต่างๆที่อยู่ภายใน กระบอกสูบไฮโดรลิค ของเราว่ามีเนื้องานหรือการผลิตที่ได้คุณภาพหรือไม่ยกตัวอย่างเช่น อุปกรณ์ที่เป็นวาล์วควบคุมแรงดันนั้นจะต้องมีเนื้อผิวของวัสดุที่ดี มีการยึดติดกับกระบอกสูบไฮโดรลิคได้อย่างลงตัวและแนบแน่น โดยอุปกรณ์ย่อยๆเหล่านี้ รวมแม้กระทั่งซีลยางด้วยจะต้องไม่มีรอยขีดข่วนตามแนวรัศมีของการยึดเกาะ อีกทั้งพวกน็อตหรือสกรูต้องมีขนาดที่พอเหมาะพอดีไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป โดยอุปกรณ์ยิบย่อยเหล่านี้สามารถที่จะตรวจสอบว่ามีคุณภาพหรือถูกติดตั้งมากับผู้ให้บริการเดียวกันกับกระบอกสูบหรือไม่นั้น สามารถตรวจสอบได้ง่ายๆคือ ส่วนใหญ่แล้วอุปกรณ์ที่อยู่ในกระบอกสูบไฮโดรลิคนั้น จะมีการประทับตรายี่ห้อหรือโลโก้ของผู้ผลิตที่เป็นชื่อเดียวกัน มีเนื้องาน และการเชื่อมต่อเป็นแนวเดียวกันแบบนี้ เป็นต้น

บทความใกล้เคียง:

5) สภาพแวดล้อมในการใช้งาน กระบอกสูบไฮโดรลิค

อย่างที่ได้อธิบายไปในข้างต้นแล้วว่าอุณหภูมิของอากาศภายนอกนั้นมีผลต่อปัญหาการรั่วไหลของกระบอกสูบไฮโดรลิคของเราได้เช่นกัน ดังนั้นท่านควรมีการตรวจสอบอุณหภูมิของสภาพแวดล้อมของกระบอกสูบไฮโดรลิคด้วยว่า มีความเหมาะสมต่อการทำงานของกระบอกสูบไฮโดรลิคของท่านหรือไม่ โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมที่กระบอกสูบไฮโดรลิคของเราสามารถทำงานได้อย่างปกตินั้นท่านสามารถตรวจสอบได้ที่คู่มือการใช้งานของกระบอกสูบไฮโดรลิคตัวดังกล่าวว่ารองรับคุณน่าภูมิได้ในช่วงประมาณเท่าใด เพราะอุณหภูมินี้จะมีผลต่อน้ำมันหล่อลื่นที่อยู่ภายในกระบอกสูบไฮโดรลิคของเราและซีลยางของกระบอกสูบอีกด้วย โดยอุณหภูมิของสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการทำงานที่ได้ประสิทธิภาพสูงสุดของกระบอกสูบไฮโดรลิค ควรจะอยู่ที่ประมาณ 10 องศาเซลเซียสจนถึง 60 องศาเซลเซียส แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่ากระบอกสูบไฮโดรลิคของท่านนั้นเป็นรุ่นใด บางรุ่นอาจจะสามารถรองรับการทำงานในคุณภูมิที่ต่ำกว่านี้หรือสูงกว่านี้ได้

สำหรับการแก้ไขปัญหาการรั่วไหลหรือรั่วซึมของระบบสูบไฮโดรลิคนั้น ผมมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าท่านสามารถ แก้ไขปัญหานี้ได้ด้วยตัวท่านเองอย่างแน่นอน แต่ท่านนั้นจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลของกระบอกสูบไฮโดรลิคที่ช่างนำมาใช้งานด้วย ว่ามีข้อมูลพื้นฐานการออกแบบ การนำไปใช้งาน และการบำรุงรักษาในระยะยาวเป็นอย่างไร โดยข้อมูลเหล่านี้จะเป็นข้อมูลที่สำคัญที่เราสามารถลดปัญหาที่อาจจะก่อให้เกิดการรั่วไหลของจะเป็นน้ำมันหล่อลื่นก็ดีหรือการรั่วไหลของแรงดันอากาศที่อยู่ภายในกระบอกสูบไฮโดรลิคของเราก็ดี และผมหวังว่าข้อมูลที่ได้อธิบายในบทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์แก่ท่านและบุคคลอื่นที่มีปัญหาในเรื่องของการรั่วไหลของกระบอกสูบไฮโดรลิคไม่มากก็น้อยครับ